Tuesday, August 02, 2005

จากม๊อบเบียร์ช้างถึงกฎหมายตราสามดวง

และแล้วก็ไม่สามารถมาอัพบล็อกได้ภายในอาทิตย์ที่แล้วตามที่สัญญา (กับตัวเอง) ไว้ได้ ซึ่งเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นกับผมได้ทั่วไปดาษดื่น ณ เวลานี้

ผิดสัญญา ผิดคำพูดเป็นอาจิณ จนแทบจะล้มละลายทางวิชาการไปแล้ว ติดหนี้เค้าไว้ทั่ว โดยไม่มีปัญญาชดใช้

จากที่เคยตั้งใจจะเขียน “แฉ” หรือ “ตีแผ่” ชีวิตตัวเอง พร้อมกับนำคนรอบข้าง ไม่ว่าจะเป็นพ่อแม่ ญาติโกโหติกา รวมทั้งผองเพื่อนมานั่งยางโชว์ แต่ก็ต้องระงับยับยั้งไว้ก่อน เพราะยังตีบตัน ตื้อไปกับความทรงจำของตัวเอง และที่สำคัญ ผมขอกลับไปเปิดลิ้นชักแห่งความทรงจำของผมก่อน ไม่อยากให้เรื่องราวในความทรงจำดีๆ ต้องหล่นหายไป ฉะนั้น ขอเวลาเรียบเรียงหน่อยครับ

มาถึงเรื่องราวในบล็อกของผมตอนนี้ดีกว่า เมื่อวานเป็นวันที่ยุ่งและวุ่นวายวันหนึ่งของผม (อีกแล้ว รู้สึกว่าผมจะมีวันแบบนี้บ่อยเหลือเกิน) เนื่องจากเป็นวันซ้อมใหญ่ในการเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตร (กับพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว) ของผม ซึ่งตามกำหนดการผมต้องเข้าหอประชุมราวสี่โมงเย็น แต่ด้วยความสามารถในการกะเกณฑ์เวลาที่มีอยู่จำกัดของผม ผมจึงตัดสินใจออกแต่เช้า (ประมาณหกโมงครึ่ง…แค่นี้ก็แหกขี้ตากันแล้วครับ) ผจญมหกรรมลานจอดรถแถบวงเวียนใหญ่ กว่าจะหลุดพ้นเอายานพาหนะมาจอดที่สนามหลวงได้ ก็ปาไปกว่าเจ็ดโมงครึ่ง

ด้วยฤทธิ์ของพายุ “วาชิ” ที่พัดผ่านประเทศไทย ทำให้เมื่อวานนั้นพระพิรุณได้โปรยปรายอย่างไม่หยุดหย่อน แม้จะเป็นหย่อมเล็กๆ แต่ก็สร้างความรำคาญให้แก่บรรดาบัณฑิตใหม่กันถ้วนหน้า โดยเฉพาะบัณฑิตหญิงที่แต่งแต้มหน้าตา และยกกระบังบนศรีษะกันอย่างไม่เกรงใจสายไฟระโยงระยางแถบสนามหลวงกันเลย เพราะพระพิรุณท่านเล่นซะกระบังเหล่านั้น ฟีบและแฟ่บ จนหลายคนมีสภาพศรีษะคล้ายลูกแพะเพิ่งคลอด

นอกจากนั้นยังสร้างความลำบากในการเดินทางอย่างยิ่งยวด เพราะสนามหลวงที่อนุญาตให้บรรดาบัณฑิตและญาติบัณฑิตนำรถมาจอดได้ กลายเป็นสนามเลน หลายคนต้องยอมถ่ายภาพกลางฝน ช่างกล้องก็บ่นอุบเพราะภาพที่ออกมาอาจจะไม่สวยเท่าที่ควร เดี๋ยวเสียชื่อ และอาจเสียกล้องเครื่องมือทำมาหากิน ด้วยละอองฝนที่โปรยปรายลงมา หากดูแลกันไม่ดี

ตั้งแต่เจ็ดโมงครึ่ง ยาวนานอย่างทรหด กับการชักภาพเป็นที่ระลึกกับญาติๆ บรรดารุ่นพี่ รุ่นน้อง และรุ่นเพื่อน ท่าจะหมดไปหลายม้วนอยู่ กว่าจะออกจากหอประชุม เมื่อซ้อมเสร็จแล้ว ก็ปาไปทุ่มครึ่ง

ใจจริงอยากจะกลับไปนอนบ้านใจจะขาดเพราะง่วงและเพลียมากๆ แต่ภารกิจของผมยังไม่จบแค่นั้น ตอนดึกรุ่นน้องคนเก่งจะได้ฤกษ์เดินทางไปเรียนกฎหมายระดับปริญญาโทต่อที่ Harvard อยากจะไปส่ง แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ไป (ขอโทษจริงๆนะเหวิน เหวิน เอาไว้ขากลับมาจะพาไปเลี้ยงไถ่โทษ)

บล็อกวันนี้คงไม่ได้อัพ หากผมไม่ได้ไปส่งสองสาวพี่น้อง ผู้เป็นบัณฑิตและมหาบัณฑิตที่จะรับปริญญาพร้อมกันในวันที่ 4 สิงหานี้ เส้นทางที่ผมใช้นั้นจำเป็นต้องผ่านบริเวณถนนพระรามที่หก ช่วงหน้ากระทรวงการคลัง (ซึ่งผมใช้เส้นนี้เดินทางมาทำงานทุกวันอยู่แล้วครับ) ผมและผู้โดยสารของผมพบกับคลื่นมหาชนลูกใหญ่ ตอนแรกคิดว่าเค้ายังอาจจะจัดงานบริโภคลำไยช่วยพี่น้องเกษตรกรไทยที่สนามหลวงยังไม่อิ่ม เลยมาจัดต่อที่นี่ แต่ดูไปดูมา คลับคล้ายคลับคลา ว่าจะเป็นการชุมนุมประท้วงคัดค้านอะไรสักอย่าง เนื่องจากเป็นภาพที่ชินตาผมพอดู ในระยะเวลาปีครึ่งที่ทำงานในบริเวณเดียวกับกระทรวงการคลัง ไม่ว่าจะเป็นม๊อบไฟฟ้า ม๊อบหวย ม๊อบสารพัดม๊อบ

ม๊อบที่ว่าคือ “ม๊อบเบียร์ช้าง” ครับ ม๊อบที่ครั้งหนึ่งเคยปักหลักอยู่หน้าบริเวณตลาดหลักทรัพย์แถวคลองเตยนู่น ม๊อบที่เด็กๆนักเรียนนักศึกษา และพระภิกษุร่วมกันคัดค้านกันเหลืองอร่าม สวดชยันโตคัดค้านการนำเบียร์ช้างเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ ทำนองว่าจะเป็นการมอมเมาเยาวชน และเป็นการส่งเสริมอบายมุข

ตอนนี้พี่แกย้ายวิกมาพระรามหกแล้วครับ

ผมนั่งคิดเล่นๆ พร้อมๆกับคุยกับสองสาวผู้โดยสารของผมไปด้วยว่า เดี๋ยวนี้เราคงเอาประเด็นศีลธรรมอันดีของประชาชน มาเป็นข้อต่อสู้เรียกร้อง สนับสนุน หรือแม้แต่คัดค้าน การกระทำใด หรือเหตุการณ์ใด สักอย่างได้ยากยิ่ง เนื่องจากดูเป็นเรื่องเลื่อนลอย ล่องลอย อัตตะวิสัย อธิบายไม่ได้ โดยเฉพาะในโลกที่ซับซ้อนหลายมิติ ที่ไม่สามารถอธิบายได้ด้วย มิติแห่งความผิดชอบชั่วดีอันเป็นสากลของสังคมได้อีกต่อไปแล้ว

โดยเฉพาะหากสิ่งนั้นเป็นเรื่องของผลประโยชน์ทางธุรกิจ บนโลกทุนนิยม ที่บังเอิญมันก็ไม่ผิดกฎหมายเสียด้วย จะเอาอะไรไปห้าม จะเอาอะไรไปคัดค้าน ในเมื่อประโยชน์ที่จะได้ในเชิงศีลธรรม มันเทียบไม่ได้กับผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจที่จับต้องได้

ผมไม่ใช่พวกศีลธรรมจ๋า และตั้งตัวเองอยู่ในวงแห่งศีลแห่งสัจ เสียจนละเมิดไม่ได้ เป็นนักบุญนักบวช ถือวัตรเคร่งศีล บนหัวนอนมีพระไตรปิฎก ไม่เคยทำผิดศีลธรรม อะไรขนาดนั้น ผมเฉยๆนะหากเบียร์ช้าง หรือสิงห์ หรือแรดที่ไหนจะเดินพาเหรดเข้าตลาดหลักทรัพย์ ไม่ได้ทุรนทุรายฟูมฟาย จะเป็นจะตาย อะไร

อีกอย่าง ผมก็ไม่ใช่คอสุรา คอแอลกอฮอลล์ แม้จะกินได้ แต่ก็ไม่พิสมัยอะไรขนาดนั้น ที่สำคัญ ผมไม่ได้เชียร์เอฟเวอร์ตัน!!! (ทีมที่จะตกรอบคัดเลือกรอบที่สาม เมื่อชนกับบีญาเรอัล )

ดังนั้น ขอแสดงจุดยืนครับ…(หากเป็นอาจารย์แม่ต้องบอกว่า จุดยืนของแม่ เหรอลูก ก็ตรงซ่งตีง แม่นี่ไง…กรุณานึกเป็นเสียงของอาจารย์ไปด้วย จะทำให้ท่านได้อรรถรสมากขึ้นหนึ่งกระบุง) ผมไม่ได้เชียร์ และไม่ได้ต่อต้าน ผมเป็นแค่คนที่สังเกตการณ์ และมองดูเหตุการณ์นี้เป็นเหมือนปรากฏการณ์ของสังคม ที่จะต้องดำเนินไป เหมือนฝนตก เหมือนฟ้าร้อง เหมือนคนต้องกิน และต้องขี้

แต่เหตุการณ์ดังกล่าวมันก็ทำให้ผมนึกถึงเรื่องราวบางอย่าง

เรื่องราวที่แท้จริงก็อยู่ใกล้ตัวผมพอดู…มันอยู่ในกฎหมายตราสามดวง

ในครั้งหนึ่ง สมัยที่เรายังใช้ระบบ “เจ้าภาษีนายอากร” กันอยู่นั้น หมายถึง พ่อค้า คหบดีรายใด เข้าประมูลขอเก็บภาษีต่างๆ ให้กับหลวง โดยสัญญาว่าจะให้ผลประโยชน์แก่หลวงได้มากที่สุด จะได้รับสิทธิให้เป็นเจ้าภาษีนายอากรในการที่จะไปรีด เอ๊ย ไปเก็บภาษีกับไพร่ฟ้าราษฎรต่อไป ซึ่งแน่ล่ะ การขูดให้มากที่สุดย่อมเป็นผลดีต่อเจ้าภาษีฯ เอง เนื่องจากส่วนต่างที่มากขึ้นจะตกเป็นสิทธิอันชอบธรรมของตน

แต่ใช่ว่าหลวง อันหมายถึงพระบรมมหากษัตริย์ของเราท่านจะเห็นแก่ผลประโยชน์ที่บรรดาเจ้าภาษีนายอากรมาทูลเกล้าฯ ถวาย เท่านั้น ท่านยังมองให้ลึก เจาะให้รอบ ก่อนที่จะทรงตัดสินพระราชหฤทัยลงไป โดยเฉพาะผลกระทบอันจะตกแก่ไพร่ฟ้าของพระองค์

ครั้งนั้น มีขุนน้ำขุนนางจำนวนหนึ่งทูลเกล้าฯขอพระบรมราชานุญาตในการตั้งบ่อนเบี้ยขึ้นในแขวงเมืองราชบุรีสมุทรสงคราม สมุทรปราการ โดยเห็นว่าภาษีที่ได้จากบ่อนเบี้ยที่ตั้งขึ้นนั้น จะสร้างรายได้ให้แก่คลังหลวงอย่างมหาศาล และคิดว่าพระองค์จะทรงเห็นแก่ประโยชน์ดังกล่าวด้วย

ผิดคาดครับ พระองค์ไม่ทรงเล่นด้วย เหตุผลเหรอครับ คัดมาให้อ่านครับ “ทรงพระตำริะว่าผู้มีชื่อฟ้องให้กราบทูลทังนี้ ผิดหย่างทำเนียมแต่บูราณราช แลกระทำให้ไพร่ฟ้าอนาประชาราษฑรทังปวงได้ความเดือดร้อนขัดสนสืบไป” ซึ่งมันยิ่งใหญ่กว่าบรรดาผลประโยชน์ที่พระองค์จะทรงได้รับ

ผลเหรอครับ ทรงมีพระราชโองการโปรดเกล้าฯให้ออกญารัตนาธิเบศ สมุหมณเทียรบาล ให้เอาบุคคลทั้งหลายที่เล่นเสนอพิเรนทร์เหล่านั้น มาลงพระราชอาญา เฆี่ยนคนละหวายบ้างสองหวายบ้าง แล้วให้ริบราชบาตเอาบุตรภรรยามาเป็นคนของหลวง ตามโทษานุโทษ

อยู่ดีไม่ว่าดีจริงๆ

นอกจากนั้นยังทรงมีพระบรมราชโองการความว่า แต่นี้สืบไปหากมีผู้มาประมูลพระราชทรัพย์ขึ้นพระคลังหลวง ด้วยความชอบธรรม ตามอย่างธรรมเนียมโบราณนั้น ให้ปรึกษาดู ถ้าเห็นควรก็ให้กราบบังคมทูลได้ แต่หากเห็นว่าการประมูลนั้นผิดอย่างธรรมเนียมโบราณ มิควรให้มีการประมูล ก็ให้บรรดาลูกขุนตัดสินอย่ารับประมูล และมีโทษสำหรับผู้ฝ่าฝืนด้วยนะครับ

โดย…

“ให้ริบราชบาดเอาบุตรภรรยาทาษชายหญิงทรัพย์สิ่งสีนให้สิ้นเชิง แล้วให้เอาตัวผู้ฟ้องประมูลนั้นเปนโทษถึงตาย แลให้เอาตัวผู้ชักนำให้เอาความมาว่ากล่าวเปนโทษจงหนัก”

เข้ากับสถานการณ์นะครับ พาลได้คิดเผื่อไปสำหรับ เอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ด้วยครับ

ถ้าคนคิดเกิดในสมัยนั้นล่ะก็

สงสัยได้เป็น ”ตะพุ่นหญ้าช้าง” หรือไม่ก็ “คนน้ำร้อน” กันทั่วหน้า

9 Comments:

Blogger suthita said...

เข้ามาปักตะไคร์ให้
โอมเพี๊ยง !!!

ฝนอย่าตก .. ฝนอย่าตก ..

เพื่อพี่ต้องแล้ว ก้อยยอมไม่อัพบลอคจนกว่า พี่จะรับปริญญาเสร็จ ฝนจะได้ไม่ตกไง (ข้ออ้างชัดๆ )
อิอิ

9:29 AM

 
Anonymous Pol said...

เข้ามาแสดงความยินดีกับปริญญานิติศาสตรมหาบัณฑิตของท่านครับ

5:15 PM

 
Blogger ratioscripta said...

ขอบคุณครับ

สำหรับก้อย คงได้เจอกันในวันรับจริงพรุ่งนี้ ไปถึงแล้วไม่เจอกัน ก็นั่นแหล่ะ ป้วนเปี้ยนแถวใต้คอมมอนนะ หรือไม่ก็โทรมา

สำหรับพี่พล ขอบพระคุณมากครับ แล้วผมจะพยายามเก็บภาพสวยๆ (อย่างที่พี่อยากได้) มาฝากครับ แล้วถ้าความสามารถของผมถึง จะพยายามเอาลงบล็อกดูครับ

รับปริญญาเสร็จผมคงต้อง ซักเสื้อผ้า ซักครุย ให้หนักหน่วง

ไม่งั้นคงไม่สามารถลบรอยเท้าบรรดาอาจารย์ทั้งหลายที่ประทับอยู่บนหลังผม ออกไปได้

80 ตีนถีบจริงๆ

โดยเฉพาะตีนของอาจารย์ที่ปรึกษาของผม และ คุณบิดา และมารดาด้วยครับ

7:39 AM

 
Anonymous yodmanud^ying said...

อยากได้อีกรอยไม๊คะ เดี๋ยวช่วย ฮ่าๆๆ ล้อเล่นน่า

มายินดีด้วยอีกคนค่า เก่งมากๆเลยอ่ะ

8:58 AM

 
Anonymous พลอย said...

แอบเข้ามาอ่านตั้งนาน ได้ฤกษ์เข้ามาโพสสะทีนะ

ยินดีด้วยกับมหาบัณฑิตคนเก่งนะจ๊ะต้อง

จาก...พลอย(กลางสวน)
จำเราได้ป่าว??? ไม่รุ??

2:18 PM

 
Blogger ratioscripta said...

เอ้า พลอย

สวัสดีครับ ไม่เจอกันนานเลย

จำได้ดิ จะลืมได้ไง

ได้ข่าวว่าพลอยได้ทุนไปเรียนฝรั่งเศส นั่นคือข่าวล่าสุดจริงๆที่เราได้

สบายดีนะพลอย

ยินดีต้อนรับ และขอบคุณอีกครั้งสำหรับคำอวยพร

เราจะรออวยพรในวันของพลอยเช่นกัน

7:12 PM

 
Anonymous พลอย said...

หวัดดีจ๊ะต้อง

จะเกือบ 3 ปีแล้วเราก็ยังอยู่ในดินแดนน้ำหอมและไวน์นี่อยู่เลย...แล้วก็ไม่รู้ว่าต้องอยู่อีกกี่ปีหล่ะ???

...อยากจะเป็น blogger กับเค้าบ้าง แต่ว่าไม่รู้จะเขียนอะไรดีอ่ะ ท่าทางจะได้แต่เรื่อง กิน กิน กิน อิอิ
เอาเป็นว่าช่วงนี้ขอดูงาน blog ชาวบ้านไปก่อนแล้วกันนะ

...mail เรา ploybox@hotmail.com ไว้คุยกันนะจ๊ะ

...ploy...

5:24 AM

 
Anonymous บุญชิตฯ said...

ครุยธรรมศาสตร์สีดำ
รอยทีนยังไม่ชัด

ครุยจุฬา ขาวๆ บางๆ

เห็นรอยทีนชัดเจน นับได้ด้วยตาเปล่า

รับปริญญาธรรมศาสตร์ ผมเคยไปหลายที บางทีแทบอยากจะเอาถังออกซิเจนไปด้วย

ฝนตกอีก โอ้ววว

ยินดี (ย้อนหลัง) ด้วยครับ.

1:40 AM

 
Anonymous KoPoK said...

ขอแสดงความยินดีกับมหาบัณฑิตด้วยค่ะ (ช้าไปนิดนุงน้า)

เมื่อวันพฤ.ก็อยากไปค่ะ เพื่อนๆรับเหมือนกัน แต่ไปไม่ได้ ลางานไม่ได้ แง้ๆ อดเลย

แล้วก็ขอบคุณนะคะที่แวะเวียนไปที่บล็อกเสมอๆเลย ไม่ค่อยได้อัพเลย เพราะว่าไม่ค่อยได้เข้าเน็ต แต่พอเข้าก็แว่บมาอ่านบล็อกพี่ต้องเสมอๆค่ะ

สุดท้าย ขอแสดงความยินดีอีกครั้งค่ะ ^_^

7:18 AM

 

Post a Comment

<< Home