Monday, July 25, 2005

หดหู่

ใจจริงตั้งใจจะอัพบล็อกสักเรื่อง เรื่องเบาๆไปให้ไกลจากประเด็นร้อน ณ เวลานี้ และอยากจะเล่าเรื่องราวในชีวิตของผมให้อ่านกัน

เสมือนจะเป็นการพักสมอง และพักใจ ให้สดชื่น คืนจากเหนื่อยล้า

หมดอารมณ์จริงๆครับ แต่สัญญาว่าไม่นาน ไม่เกินอาทิตย์นี้ ผมจะนำเรื่องราวใหม่ๆ มาอัพบล็อกให้ได้อ่านกัน (มีใครอยากอ่านเรอะ)

แต่วันนี้ ช่วงนี้ขอพักใจก่อนครับ

เพราะผมกำลังหดหู่ กับศรัทธาในสิ่งที่ผมเชื่อ

ผมกำลังตั้งคำถามกับสิ่งที่ผมเชื่อมาตลอด

ผมกำลังให้ค่ากับสิ่งที่ผมเคารพนับถือเหนือสิ่งอื่นใด

ผมอยากจะมั่นใจว่าศรัทธาของผมมันไม่ใช่เรื่องไร้สาระ

ไม่มีอะไรมากหรอกครับ

แค่อารมณ์ธรรมดาของมนุษย์ขี้เหม็นคนหนึ่ง ที่แม้จะเคยเชื่อ แม้จะเคยศรัทธาสิ่งหนึ่งมาตลอดทั้งชีวิต แต่เมื่อเจอลมพายุ พัดปะทะ "ศรัทธา"ของผม ก็โยกคลอนได้ไม่น้อยไปกว่า "ศิลาแปดศอก" หลักนั้นเหมือนกัน

ขอเวลาคิด ขอเวลาฟื้นศรัทธากลับมาอีกครั้ง

หวังว่ามันจะแข็งแรงขึ้น มั่นคงขึ้น

เสมือนว่าพายุลูกนี้ กำลังทดสอบศรัทธาของผม ต่อสิ่งที่ผมรัก สิ่งที่ผมเชื่อ เมื่อมันผ่านพ้นไปแล้ว

ผมเชื่อว่าศรัทธาของผมมันจะแข็งแกร่ง และมั่นคงขึ้นอีก

และผมเชื่อว่าผมคงจะยังไม่ละจากศรัทธาต่อสิ่งนั้น กลับกันมันจะไม่ทำให้ผมลังเลและตั้งคำถามต่อศรัทธาของผมง่ายๆอีก

ผมเชื่อ...

20 Comments:

Anonymous บุญชิตฯ said...

อย่าคิดมาก, น้องชาย

ผมไม่รู้หรอก ว่าคุณหดหู่เรื่องอะไร ศรัทธาอะไรถูกทดสอบ

และผมไม่อาจรับประกันว่า หากผ่านการทดสอบนี้ไปแล้ว คุณจะยังรักษาสิ่งนั้น (หรือคนนั้น) อยู่ไหมนะ แต่...

ผมขอให้คุณทดสอบ...

เพราะถ้าผ่านแล้วผลออกมาเป็นอย่างไร


ถ้าเนกาตีฟ คุณก็จะได้เลิกศรัทธา ในสิ่งที่คุณพบแล้วว่าไม่ควรยึดถือไว้เป็นสรณะ เพราะมันไม่เที่ยง แลไม่จริง

ถ้าโพสสิทีฟ นั่นยิ่งดี เพราะเท่ากับว่า สิ่ง (หรือคน) ที่คุณยึดถือ ศรัทธามานั้น ควรค่ายิ่งแก่การยึดถือ และได้พิสูจน์แล้ว

ขอจงทดสอบอย่างกล้าหาญ มีศรัทธา แต่พร้อมไปด้วยปัญญาเถิด

11:20 AM

 
Anonymous carré de mim said...

เกิดอะไรขึ้น..ต้อง..
เมื่อวานยัง สินามิ กันอยู่เลย
ยังบ้าแฟชั่น กะ มิ้ม กะ ก้อย อยู่เลย
อะไรอะ
อย่าหดหู่สิ..โลกหม่นหมด
หายเร็วๆนะต้อง

2:27 PM

 
Blogger Tanusz said...

This comment has been removed by a blog administrator.

6:45 PM

 
Anonymous ปริเยศ said...

น้องชาย ในชีวิตมีระลอกหลายคลื่นมาให้ทดสอบ

พี่เคยเขียนในบล็อกของพี่ตอนคุยกับท่อกฯ ว่า แก่นแท้ของสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่ามนุษย์ ใยอุบัติขึ้นมาในดาวเคราะห์ดวงนี้ อุบัติขึ้นมาเพื่ออะไร ในเมื่ออายุขัยของมนุษย์คนหนึ่ง และอารยธรรมของมนุษย์ เป็นแค่เศษเสี้ยวของอายุขัยจักรวาล

ท่ามกลางของพายุแห่งอารยะธรรม และคลื่นของวัตถุนิยม ทุนนิยม คลื่นความปั่นป่วนจากการปะทะของผลประโยชน์พึงหวังของคนส่วนใหญ่ของโลก การเข้าใจตัวเอง เข้าใจผลประโยชน์ของคนในชาติ เข้าใจสังคม ประเทศและโลกสังกัดอยู่ว่าเป็นเช่นไร เพื่อที่จะทราบว่า เราจะยืนอยู่ตรงไหน จะรักษาความเป็นตัวของตัวเองอย่างไร รักษาอุดมการณ์และหลักการได้อย่างไร

บางทีศรัทธาของมนุษย์คนหนึ่งอาจจะถูกท้าทายทดสอบตลอดชีวิต

20กว่าปีที่ผ่านมา คนรุ่นก่อนหน้าพวกเรา อกหักกับสิ่งที่เรียกว่าลัทธิคอมมิวนิสต์ และอกหักกับโลกที่ไม่ได้เป็นไปดังหวัง

ไม่แปลกที่คนรุ่นหลังจะพบกับบททดสอบความคิด ความเชื่อของตน

พี่ถือว่าโชคดี ที่พลันได้คิด ในช่วงอายุ23-24 ปี

ตั้งแต่นั้นมา แม้ตัวพี่จะไม่มีทรัพย์สมบัติใดๆเลย วันนี้อายุ 27ปีก็ไม่มีอะไรทรัพย์สมบัติติดตัว แต่พี่ยังสามารถผยองได้ เงยหน้าไม่อายฟ้า ก้มหน้าไม่อายดิน ความรู้สึกแบบนี้คนไม่เคยต่อสู้ด้วยตัวเองไม่มีวันเข้าใจ และไม่มีทางเข้าใจ

โชคดีน้องชาย

6:45 PM

 
Anonymous Pol@USA said...

มีหลายสิ่งหลายอย่างที่เราคิดแล้ว มันไม่ได้เป็นอย่างที่เราหวัง และไม่ได้ดังใจที่เราประสงค์ มองย้อนกลับไปทีไร ก็อยากจะแก้ไขให้มันดีขึ้น แต่มันทำไม่ได้ เมื่อตอนเด็ก ๆ ก็เคยผยองคิดว่าตัวเอง เก่งกว่าใคร ๆ ผู้หลักผู้ใหญ่ พูดก็จะไม่ฟัง เพราะคิดว่า เราเก่งกว่าเขา แต่จริง ๆ มันมีหลายอย่าง ที่เราไม่รู้ไม่เข้าใจ และยังไม่ได้สัมผัส เลยพาลมองผู้ใหญ่ท่านว่า ไม่ได้เรื่องเสียเลย ไม่ฟัง และไม่สนใจต่อคำตักเตือนของท่าน ตอนนี้ มานั่งเสียใจเหมือนกันว่า เราไม่ควรทำอย่างนั้นเลย เพราะเวลามันผ่านไป และมันสอนหลาย ๆ อย่างให้เรา

ต้องขอบใจผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง คอยเตือนสติ เสมอว่า จริง ๆ โลกมันยังกว้างใหญ่นัก มีอะไรอีกมากที่เรายังไม่รู้ และคิดไม่ถึง ฯ ท่านยังบอกอีกว่า คนเราเกิดมาเพื่อรักกันและช่วยเหลือกัน ทำให้จิตใจอ่อนโยนลงไปมาก อดทนกับหลายสิ่งหลายอย่างมากยิ่งขึ้นตามลำดับ เพราะในระยะเวลา เกือบยี่สิบปีผ่านมาที่ได้รับการหล่อหลอม จากรั้วของชาติ ทั้งโรงเรียนทหารและตำรวจ มักจะได้ยิน และก้องอยู่ในหัวตลอดเวลาสิ่งที่เราต้องปฏิญาณตนต่อพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ ๕ ว่า “ข้าพพระพุทธเจ้า จะรักษามรดกของพระองค์ท่าน ไว้ด้วยชีวิต” โลกที่มองจึงเป็นธรรมดาที่จะต่างจากคนอื่น พี่ยังขอบคุณผู้หลักผู้ใหญ่ท่านนั้นเสมอ ๆ ตราบจนทุกวันนี้

แต่เรื่องของอัตตา นี่ ดูมันจะแก้ไขกันยากหน่อยครับ คงต้องอาศัยเวลาคอยพิสุจน์และเยียวยาทุกสรรพสิ่งมังครับท่าน

9:32 PM

 
Anonymous Pol@USA said...

อีกนิด น้องต้อง!

อ่านเจอในบล๊อก Invisible Guy เลยหยิบมาฝากครับ รกเนื้อที่บล๊อกหน่อยแล้วกัน พี่อ่านแล้ว เป็นประเภท เซนต์เบอร์นาร์ด แล้วต้องละ เป็นแบบไหน เหอ เหอ คลายเครียดแล้วกันท่าน


ผู้ชายวันอาทิตย์ --> ดูดีเหมือนสุนัขพันธุ์เกรทเดน ซึ่งเป็นสุนัขทำงาน ฉลาด อกผายไหล่ผึ่ง ลำตัวตรง รักอิสระ ผู้ชายวันนี้จึงมักมีความเป็นผู้นำในตัวเองสูง ออกจะดื้อบ้างในบางครั้ง เหมือนกับเจ้าเกรทเดน ที่เวลาเรียกแล้วมักไม่ค่อยจะยอมมาหาเจ้าของ ดูจากภายนอกเป็นคนที่มีบุคลิกดี แต่งตัวมีสไตล์ มีระเบียบ รักความเป็นส่วนตัว ไม่ชอบให้ใครมาวุ่นวายกับชีวิตมากนัก จิตใจแฝงไปด้วยสัญชาตญาณของนักล่า เรียกว่าเผลอเป็นไม่ได้
ข้อแนะนำในการเลี้ยงดู --> ชายหนุ่มวันอาทิตย์ไม่ชอบคนจู้จี้ อย่าไปยุ่งกับเขามาก และต้องพยายามชื่มชมในความเป็นฮีโร่ของเขา

ผู้ชายวันจันทร์ --> สุนัขแสนใจดีเชื่องอย่างโกลเด้นรีทีฟเวอร์ ดูจะคล้ายกับบุคลิกของหนุ่มวันจันทร์เป้นอย่างมาก มีเสน่ห์ ใจอ่อน ไม่ถือตัว ใครขว้างอะไรก็ไปคาบกลับมาให้หมด ดังนั้นผู้ชายพันธุ์นี้ จึงมักเป็นที่นิยมชมชอบของสาวๆ ทั้งหลาย เพราะทั้งเอาใจเก่ง และก็ตามใจเก่งด้วย แถมมีจุดเด่นเรื่องความซื่อสัตย์ แต่ไม่ควรวางใจ เพราะบางครั้งถ้ามีใครเอาของกินมาล่อ ก็อาจจะเดินตามเขาไปได้ง่ายๆ
ข้อแนะนำในการเลี้ยงดู --> สาวๆ ที่เป็นเจ้าของชายหนุ่มพันธุ์นี้ ต้องใส่ปลอกคอและล่ามโซ่ให้ดี เพราะนอกจากจะเป็นที่นิยมแล้ว ความใจอ่อนของเขาทำให้มีโอกาสที่จะเผลอใจ วิ่งตามเจ้าของใหม่ได้ง่าย

ผู้ชายวันอังคาร --> ความขึงขังของสุนัขพิทบลู เปรียบได้กับความมุ่งมั่นในตัวของหนุ่มวันอังคาร มีชีวิตอยู่ได้ด้วยอุดมการณ์ เขาจึงเป็นคนที่มีความคาดหวังในชีวิตสุงกว่าคนอื่น และเมื่อใดที่พบกับความผิดหวัง ผู้ชายพันธุ์นี้ก็จะแสดงความดุร้ายออกมาในทันที นอกจากนี้เขายังมีสมาธิในการทำงานดี แต่บางครั้งอาจจะมากจนไม่รู้ว่าอะไรสำคัญก่อนหลัง
ข้อแนะนำในการเลี้ยงดู --> สุนัขดุมักชอบกินของหวาน ชายหนุ่มพันธุ์นี้จึงชอบฟังคำพูดหวานๆ คุณคงต้องพยายามพูดเพราะๆ กับเขามากๆ แต่ถ้าเมื่อไหร่มีเรื่องทะเลาะกัน แนะนำว่าคุณควรหนีไปไกลๆ เพราะขนาดโซ่ยังล่ามไม่อยู่เลย

ผู้ชายวันพุธ --> ความฉลาดแสนรู้ของสุนัขพันธุ์ชวาวาก็เหมือนสติปัญญาอันปราดเปรื่องของหนุ่มวันพุธ ลักษณะพิเศษคือ เรียนรู้ได้รวดเร็ว สอนอะไรก็จำ ชอบศึกษาค้นคว้าสิ่งแปลกๆ ใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา จึงไม่แปลกเลยที่มักจะเห็นชายหนุ่มวันพุธชอบใช้เวลาอยู่กับการอ่านหนังสือพิมพ์ และเพราะความที่เป็นคนที่รู้มาก ทำให้สมองเขามีข้อมูลที่หลากหลายจนหลายครั้งส่งผลให้เป็นคนโลเลหรือไม่กล้าตัดสินใจ
ข้อแนะนำในการเลี้ยงดู --> สุนัขพันธุ์ชิวาวาต้องการคนดูแลเป็นอย่างมาก ชายหนุ่มวันพุธก็เช่นเดียวกัน คุณต้องให้ความสำคัญกับคำพูดหรือความคิดของเขาให้มาก ไม่งั้นเขาอาจจะงอนจนไม่ยอมกินข้าวเลยก็ได้

ผู้ชายวันพฤหัสบดี --> ความหนักแน่นและใจดีของสุนัขพันธุ์เซนต์เบอร์นาร์ด เปรียบได้กับความสุขุมนุ่มลึกของชายหนุ่มวันพฤหัสบดี สุนัขพันธุ์นี้มักจะถูกใช้ในการช่วยเหลือผู้ประสบภัย ชายหนุ่มพันธุ์นี้ก็เช่นเดียวกัน เขาเป็นคนใจดีขี้สงสาร ชอบช่วยเหลือคนอื่น เคารพหลักการและเข้าใจเหตุผล แต่กลับไม่ค่อยเข้าใจความรู้สึกของแฟนตัวเองสักเท่าไหร่
ข้อแนะนำในการเลี้ยงดู --> สุนัขตัวใหญ่อย่างเซนต์เบอร์นาร์ดค่อนข้างจะฝึกยาก ผู้ชายวันพฤหัสบดีก็เช่นเดียวกัน เขาเป็นคนที่ชอบอธิบาย ชอบสอนคนอื่น จึงเป็นเรื่องยากมากๆ ถ้าคุณคิดจะไปสอนหรือไม่สั่งอะไรกับชายหนุ่มคนนี้

ผู้ชายวันศุกร์ --> ความน่ารักและดูดีของพุดเดิ้ลก็เหมือนเสน่ห์ของผู้ชายวันศุกร์ พุดเดิ้ลเป็นสุนัขประเภทสวยงาม ชายหนุ่มพันธุ์นี้ก็เช่นกัน เขาชอบความสวยงาม หรูหรา ความสนุกสนานบันเทิง พิถีพิถันกับทุกเรื่องตั้งแต่เรื่องแต่งตัว ไปจนถึงเรื่องบรรยากาศของสถานที่กินข้าว แถมยังมีอารมณ์ศิลปิน ดังนั้นการคาดเดาอารมณ์ของเขาจึงเป็นเรื่องยาก
ข้อแนะนำในการเลี้ยงดู --> สุนัขพุดเดิ้ลจะต้องอาบน้ำ และตัดขนค่อนข้างบ่อย สาวๆ เจ้าของผู้ชายพันธุ์นี้จึงต้องพยายามดูแลตัวเองให้ดูดีอยู่ตลอดเวลา เพราะสายตาเขาชื่นชมของสวยๆ งามๆ และข้อควรระวัง คือ พุดเดิ้ลเป็นสุนัขขี้เล่น คุณต้องคอยดูแลให้ดี เพราะเดี๋ยวจะถูกคนอื่นอุ้มไปได้ง่าย

ผู้ชายวันเสาร์ --> เจ้าสี่ขาที่เลี้ยงง่าย ดูแลง่าย คงหนีไม่พ้นสุนัขไทย ซึ่งชายหนุ่มวันเสาร์ก็มีลักษณะเช่นเดียวกัน จุดเด่นของเขาก็คือ ความติดดิน ไม่ค่อยจะเรื่องมาก ไปได้ทุกที กินได้ทุกอย่าง แถมยังมีน้ำอดน้ำทนเป็นเลิศ แต่ถ้าจะว่ากันถึงเรื่องความสวยงามและความเป็นระเบียบ สุนัขไทยคงจะสู้สายพันธุ์อื่นไม่ได้ ชายหนุ่มวันเสาร์ก็เช่นเดียวกัน เขาจะมีให้แต่ความจริงใจ แต่ไร้ซึ่งถึงความโรแมนติค
ข้อแนะนำในการเลี้ยงดู --> สุนัขไทยดูเหมือนจะเป็นพันธุ์ที่เลี้ยงง่ายที่สุด แต่ชายหนุ่มของคุณลึกๆ แล้ว เขาเป็นคนที่คิดมาก การที่เห็ว่าเขาเป็นคนง่ายๆ ไม่ได้หมายความว่าเขาไม่ได้คิดอะไร ดังนั้นการใช้คำพูดที่ไม่ระวัง อาจทำให้สุนัขของคุณน้อยใจจนหนีออกจากบ้านได้

9:48 PM

 
Anonymous yodmanud^ying said...

การจะยึดมั่นกับสิ่งที่เราศรัทธา ต้องอาศัยความเข้มแข็งมากนะคะ

เชื่อว่าคุณทำได้ สู้ๆ!

12:26 AM

 
Anonymous NokZilla in read only Mode said...

แห่ะ
ช่วงนี้ฝนตกเกือบทุกวัน
ฟ้าก็เลยหม่นๆ

เลยอาจทำให้คนหม่นไปด้วย


ขอให้กลับมาเข้มแข็งไวๆนะคะ

3:17 AM

 
Anonymous Susansaraly said...

พี่ฟังเพลง ความเชื่อ ของ body slamp ดิ เพื่อจะฮึดขึ้นมา ผมชอบน่ะ ยิ่งใครมีปัญหากับความฝันความเชื่อของตัวเอง ฟังเพลงนี้แล้วยิ่งฮึด

3:26 AM

 
Anonymous บุญชิตฯ said...

>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>
พี่ฟังเพลง ความเชื่อ ของ body slamp ดิ เพื่อจะฮึดขึ้นมา ผมชอบน่ะ ยิ่งใครมีปัญหากับความฝันความเชื่อของตัวเอง ฟังเพลงนี้แล้วยิ่งฮึด
>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>

เดี๋ยวจัดให้ พรุ่งนี้เช้าเมืองไทย รอฟังในเวบผมได้เลย...

ชอบทั้งไอ้ตูน และน้าแอ๊ด รวมทั้งเนื้อร้องด้วย

คุณ POL_US ผมเกิดวันอาทิตย์ ตามหลักโหราศาสตร์
แต่ตามหลักสากล เกิดวันจันทร์

นิสัยผมเหมือนหมาโกลเด้นจริงๆด้วยฮิ

4:27 AM

 
Blogger ratioscripta said...

ผมเกิดวันอังคาร แต่ไม่นึกว่าจะได้เป็นพิทบูลแฮะ

มีหลายส่วนที่ตรง แต่ก็มีบางส่วนที่ไม่ตรง

เพราะผมเป็นคนไม่ดุ

เมื่อก่อนอาจใช่ แต่เดี๋ยวนี้รู้สึกจะน่ารักน่าชังมากกว่า (ใครจะอาเจียนเชิญนะครับ)

จะว่าไปผมอ่ะเหมือนทุกพันธุ์ล่ะครับ

โดยเฉพาะตรง...

ปาก

555555555555

8:41 AM

 
Blogger Tanusz said...

จริงๆประเด็นของพี่ต้องทำเอาผมนอนไม่หลับมาเมื่อคืน เพราะสิ่งที่ผมเชื่อก็น่าจะเป็นสิ่งเดียวกับที่พี่เชื่อ อาจจะต่างไปกันบ้างแต่ไม่ใช่สาระสำคัญ
สมมุติว่าผมมีปืนอยู่หนึ่งกระบอก ผมกะเอาไว้ยิงโจรที่มันเข้ามาขโมยของในบ้านผม แล้วมีคนมาเตือนให้ผมเห็นถึงความอันตรายของปืนกระบอกนั้น ว่ามันฆ่าคนได้นะ ว่ามันทำให้คนบาดเจ็บได้นะ และอาจทำให้คนที่ไม่ใช่ขโมยบาดเจ็บหรือตายได้ ทั้งๆที่ผมไม่ได้มีเจตนาหรือแม้แต่จะคิดว่าผมจะใช้ปืนกระบอกนั้นไปทำอันตรายคนอื่นที่ไม่ใช่ขโมยที่มาขึ้นบ้านผม พี่คิดว่าผมควรจะทำอย่างไรกับคนที่บอกผมอย่างนั้น?

10:51 AM

 
Anonymous Pocky said...

แนะนำให้อ่าน พระมหาชนก ครับ

3:28 PM

 
Anonymous บุญชิตฯ said...

ตอบ คุณ Tanusz

ถ้าบอกเท่านั้น (เท่าข้อเท็จจริงที่คุณบอกนะ)
ผมคงนึกขอบคุณในใจ และประเมินผู้แนะนำเงียบๆ

แต่ถ้าผู้แนะนำ กล่าวหาว่าผมหัวรุนแรง ผมบ้าพลัง ผมอยากฆ่าคนเล่นเพราะผมมีปืน ซื้อมาเพื่อจะมาฆ่าคนเล่นนั่นแหละ ไม่ได้กะป้องกันตัวหรอก

คนแบบนี้ ผมคงจะให้ค่าเขาต่ำที่สุด เพราะถือว่าเขามองโลกในแง่ร้าย โดยละทิ้งแง่จริง

หรือมาบอกว่า การที่ผมจะมีปืนไว้ป้องกันทรัพย์สินนั้นไม่เวิร์กหรอก อย่าใช้เลย สู้ผูกมิตรกับเพื่อนบ้าน (ที่ร้ายๆของผม) จะดีกว่า

และบ้านของคนที่แนะนำ อยู่ในรั้วรอบขอบชิด มียาม มีระบบรักษาความปลอดภัย และมีเพื่อนบ้านแสนดี

แต่บ้านผมอยู่ในดงจิ๊กโก๋ ผมมีลูกสาวเล็กๆ มีเมียที่น่ารัก มีบ้านที่สวยงาม

คนแบบนี้ ผมคงจะให้ค่าเขาสูงกว่าคนแรกมาหน่อย แต่ก็ไม่คิดอะไรมาก เพราะถือว่าเขามองโลกในแง่ดี โดยละทิ้งแง่จริงในชีวิตอีกเหมือนกัน

การมีปืนไว้ เป็นหน้าที่ของคนในบ้านที่ต้องชวยกันดู
ไม่ให้เอาปืนไปใช้ทำอะไรประหลาดๆ เช่นตอกตะปู หรือเกาหัวเมียเล่น เพราะมันอันตราย

แต่คงไม่ใช่การริบปืนผม

9:49 PM

 
Anonymous สงสัยครับ said...

อ้าว แล้วถ้าปืนกระบอกนั้นมันเป็น ปืนวิเศษล่ะ ที่แบบว่า ยิงใครตายก็ได้ แต่เจ้าของปืนไม่ต้องรับผิดน่ะ

คุณจะใช้ปืนกระบอกนั้นได้คล่อง หรือสะดวกใจกว่าหรือเปล่า ที่จะยิงใครก็ได้ โดยลืมที่จะยั้งคิด หรือไตร่ตรองให้ดีว่า เฮ้ย ไอ้นี่มันดี หรือเลว เป็นแค่ จิ๊กโก๋ปากซอย หรือเป็นโจรทมิฬ ?????

นี่ผมถามแบบไม่ได้คิดว่าคุณเป็นคนบ้าพลัง หรือซื้อปืนมาฆ่าใครเล่นน่ะ แบบว่า ถามเฉย ๆ แต่ผมว่า อยู่ที่ลักษณะของปืนด้วยมั้ง ไม่ใช่แค่ เจตนาคนใช้..หรือเปล่า

8:02 AM

 
Anonymous Anonymous said...

ลด ละ อัตรา ตัวกู ของกู หรือกูแน่ลง แล้วจะพบว่าในบางเรื่องผู้อื่นฉลาดล้ำกว่าเรามาก..จงเรียนรู้จากเขา


pattaya

6:30 PM

 
Anonymous Pol@USA said...

น้องต้อง คงไม่หดหูแล้วกระมัง... เวลาผ่านไปนานแล้ว อีกประการหนึ่ง บล๊อกล่างน้องนี้ ฮิตจริง ๆ ๆ ๆ ๆ ผมลดละเลิกฯ ช่วงเข้าพรรษาฯ ไม่ยุ่ง ครับ ไม่ยุ่ง...... มันบาป เหอ เหอ

12:17 AM

 
Blogger ratioscripta said...

ผมเป็นพวกหดหู่ได้ไม่นานหรอกครับ โดยสันดาน

ขอบคุณทุกท่านที่ห่วงครับ พร้อมกับซึ้งใจกับคำแนะนำดีๆที่มีต่อ

น่านสิครับพี่พล บล็อกเรื่องข้างล่างมันไปไกลแล้ว นี่ผมไม่เคยคาดหวังเลยนะว่า จะมีใครมาอ่านและทิ้งความเห็นในบล็อกของผม มากมายถล่มทลายขนาดนี้ (จริงๆคนละหลายความเห็นต่างหาก ไอ้เซ่อ) พี่ปิ่นฯ บอกว่ากลับมาจะให้รางวัลบล็อกยอดนิยม (เฉพาะตอน) หากได้มาจริงคงต้องยกให้บรรดาผู้ที่มาทิ้งคอมเมนต์กันไว้ แต่ผมขออนุญาตเป็นผู้เก็บไว้แทนแล้วกัน เพราะจนปัญญาจะตามไปให้ทุกคน (น่ารักมะผม...ยังไม่รู้ว่าจะได้อะไรสักหน่อย..เอ๊ะ จะได้จริงเหรอวะเนี่ย)

ไอ้เรื่องปืนนี่มันก็น่าคิดนะครับ ผมชอบจังเลย การเปรียบเทียบเนี่ย ผมว่ามันน่ารักดีนะ แถมเห็นภาพชัดขึ้น เหมือนคุณหญิง (ยอดมนุษย์หญิง)เปรียบ "อะไรสักอย่าง"(ผมไม่แน่ใจว่าสิ่งที่เธอเปรียบคืออะไรนะครับ แต่คงไม่ผิดนะหากผมจะขี้ตู่ว่าเป็นสิ่งเดียวกับที่ผมเข้าใจ)เป็น "คอหมูย่าง" อุปมาซะน่ากินทีเดียว

ผมไม่ได้ปฏิเสธ "ปืน" หรอกครับ

ผมปฏิเสธ "วิธีการ" และ "เหตุผล" แห่งการใช้ ปืนกระบอกนั้นต่างหาก

ถ้าเพื่อป้องกันสิทธิ ป้องกันตนเอง จากภยันตรายอันละเมิดต่อกฎหมาย อันใกล้จะถึง (5555ภาษากฎหมายนี่มันยากเนอะครับ บ้าจริงเชียว) ไม่ซับซ้อนอะไรครับ คือ ให้มันใช้ด้วยเหตุผลแห่งการปกป้อง ป้องภัย โดยไม่สามารถหาวิธีการอื่นใด นอกจากการใช้ ปืนได้แล้ว คงไม่มีใครไปเอาผิด หรือไม่ประณามหรอกครับ

อีกอย่าง ไอ้คนจะพกปืนน่ะ มันต้องมีวุฒิภาวะเพียงพอ อย่างน้อยก็ต้องขอ "อนุญาต" ตามระบบระเบียบ ตามกฎหมาย ให้มันถูกต้องซะก่อน ตาม "กระบวนการขั้นตอนที่ถูกต้องตามกฎหมาย" อย่างน้อยก็เป็นหลักประกันว่ามันจะไม่ใช้ปืนซี้ซั้ว ถึงมันใช้ ก็ตามคุมมันได้ ตามทะเบียนคุมอาวุธปืน การจะพกจะใช้อาวุธปืน ก็ต้องมีทั้งกฎหมาย และกฎแห่งความระมัดระวังกำกับอยู่เสมอ

ถ้าปืนก็ "เถื่อน" คนใช้ "ไร้วุฒิภาวะ" แถมเหตุผลการใช้ "ยังรับฟังไม่ได้"

โคตรอันตรายเลยครับ

9:48 AM

 
Anonymous สงสัยต่อ said...

คุณพัทยา (หรือเปล่า) นั่นมันคือ คำตอบของคุณหรือครับ ?? เพราะถ้าใช่ ผมว่า คุณเป็นพวก "วัฒนธรรมสามวาสองศอก" คือ พวกตอบไม่ตรงคำถาม แถมเป็นพวกติดกับ วิธีการเรียนรู้ แบบไทย ๆ อีกต่างหาก ที่ไม่รู้จักใช้เหตุผลคิดหาคำตอบ แต่ดันไปมองที่ตัวคนตอบเป็นหลัก

คุณจะคิดว่า ใครฉลาดล้ำลึกมหาสมุทรใต้ ผมไม่รู้ แต่ผมขอแนะนำว่า คุณน่าจะคิดหาเหตุ หาผลมาตอบเอง ไม่ใช่นั่งคอยฟัง หรือเชื่อเขาอยู่แต่ล่ำไป การตอบคำถาม ด้วยคำถาม เป็นอีกวิธีการหนึ่งที่จะนำมาซึ่งปัญญาครับ

ในขณะที่ การไม่ตอบคำถาม หรือไม่เคยคิดหาคำตอบ หรือ ไม่รู้จักตั้งคำถามในมุมมองอื่น ๆ เพราะเกรงบารมี หรือสติปัญญาคนตอบก่อน หรือคนตั้งคำถามก่อน

พวกนี้ นับว่าไร้ปัญญา และจะพ้นจากตัวกู ของกู หรือเปล่า ก็ไม่รู้ ?

4:24 AM

 
Anonymous KoPoK said...

^____^ คาดว่าตอนนี้คงผ่านพ้นไปได้ด้วยดีแล้วนะคะ

1:05 PM

 

Post a Comment

<< Home