Friday, December 09, 2005

เมื่อไม่มีวันพรุ่งนี้


จะเป็นอย่างไรหากทุกๆเช้าที่ตื่นขึ้นมาคุณพบว่าตัวเองยังอยู่วันเดิม

ไม่ใช่พรุ่งนี้ ไม่มีเมื่อวาน

มีแต่วันนี้ วันนี้ และวันนี้

ทุกอย่างเหมือนเดิม พบผ่านคนเดิมๆ พูดจาและได้ยินประโยคเดิม

เสมือนอยู่ในกรงขัง พันธนาการแห่งความคิด และชีวิต

อยากจะหนีไปก็ไม่สามารถ ขนาดตายแล้วก็ยังฟื้นมาเจอวันเดิม เรียกได้ว่าไม่มีทางหนี ไม่มีทางออก

มีอยู่ทางเดียว อยู่กับมัน อยู่กับวันเดิมๆ ซ้ำซาก

จะอยู่ได้อย่างไร?

อยู่อย่างซังกะตายไปวันๆ จ่อมจมอยู่กับชีวิตเดิมๆ ไร้ชีวา ปล่อยให้มันผ่านพ้นไป แล้วฝันถึงวันพรุ่งนี้ที่มันอาจจะมีจริง

แสวงหากับความสุขอย่างตะกละตะกรามกับวันนี้ เสมือนว่ามันเป็นวันสุดท้ายของชีวิต เพราะมันจะต่างอะไรในเมื่อลืมตาตอนเช้ามันก็ยังคงเป็นวันเก่า ไม่มีอะไรเปลี่ยนไปเว้นแต่เรื่องราวในความทรงจำที่เพิ่มขึ้นในแต่ละวันของตัวเอง

และไม่ยากที่การแสวงหาความสุขอย่างบ้าคลั่งนั้นจะสร้างภยันตรายอันหนักหน่วงให้แก่ผู้คนรอบข้าง ไม่ต่างจากเรามียางลบวิเศษที่สามารถลบล้างความทรงจำของผู้คนรอบข้างได้อย่างสะอ้าน โดยเฉพาะความทรงจำที่เลวร้าย

นั่นหมายถึงเรามีสิ่งวิเศษที่เราจะลบล้างความเลวร้ายของเราด้วย ซึ่งเป็นสิ่งที่สุ่มเสี่ยงอย่างยิ่งต่อการกลายพันธุ์ หรือเร่งเชื้อชั่วในจิตใจของเราให้งอกเงยวัฒนา (เมือง…)

หรือจะใช้โอกาสนั้น สร้างวันหนึ่งวันของเราให้เป็นวันที่แสนสมบูรณ์ที่สุด

ใช้โอกาสที่มีในการย้อนกลับมาแก้ไข ด้วยความมุ่งมั่นและไม่ย่อท้อ โดยเฉพาะกับผู้อื่น หากเราย้อนกลับไปทำอะไรให้คนอื่นได้มันก็น่าจะเป็นสิ่งที่น่าอัศจรรย์ไม่น้อย…มิพักต้องกล่าวถึงถ้าสิ่งเหล่านั้นจะก่อให้เกิดประโยชน์แก่ตัวเราเองด้วย

แม้จะดูสวยงาม แต่ผมว่ามันยากยิ่ง และต้องใช้ความมุ่งมั่น และความอดทนมหาศาล หากเราจะสร้างวันที่สมบูรณ์ที่สุดของเราขึ้นสักวันหนึ่ง

ตั้งแต่ตื่นยันหัวถึงหมอน คุณต้องใช้ทุกชั่วโมง นาที อาจจะต้องเป็นวินาทีด้วย ให้สมบูรณ์อย่างใจคิด หากผิดพลาดไป ต้องรอจนตื่นขึ้นมาใหม่ เพื่อแก้ไข แม้จุดเล็กน้อยนั้น

ไม่ง่ายเลยนะครับ

ในขณะที่เราต้องการแก้ไขจุดใด เราอาจจะต้องละทิ้งอีกจุดหนึ่ง เพื่อรอการแก้ไขในเช้าของตื่นต่อไป

หยอดกระปุก เก็บเล็กผสมน้อย ทุกวันๆ (วันเดิมนั่นแหล่ะ)

กว่าจะถึงวันที่สมบูรณ์ วันที่เราไม่คิดอยากจะย้อนกลับไปแก้ไขอะไรอีกแล้ว ไม่อยากเพิ่มเติมอะไรอีกแล้ว

แต่…

เมื่อถึงวันนั้น เราก็ไม่อาจเก็บมันไว้อีกต่อไป เหตุเพราะเมื่อถึงวันพรุ่งนี้ ทุกอย่างก็จะกลายเป็นเหมือนเดิม การจะรักษาวันสมบูรณ์วันนั้นต่อไป นั่นหมายถึง เราต้องทำทุกวินาทีให้เหมือนเดิม เหมือนวันแสนสมบูรณ์ของเรา

ผมว่ายากกว่าว่ะ (ฮา)

แรงบันดาลใจจากหนังเรื่องนี้ครับ (เชื่อว่าเป็นเรื่องโปรดของใครหลายคนแถวนี้ด้วย)

Groundhog Day

ดูหนังเรื่องนี้แล้ว เห็นคุณค่าของวันพรุ่งนี้จริงๆให้ตาย

9 Comments:

Anonymous yodmanud^ying said...

ถ้าไม่มีพรุ่งนี้เลย คงน่าเบื่อนะคะ ทำอะไรให้ใครก็ไม่มีประโยชน์เพราะพรุ่งนี้เค้าก็ลืมแล้ว

แต่คิดอีกด้านนึงก็อิสระดีนะคะ ^^มาคิดๆดูทุกวันนี้ที่เราอยู่ก็ไม่ต่างอะไรกับเมื่อวานเท่าไหร่ พระอาทิตย์ยังขึ้นทางเดิม ผู้คนยังเป็นคนเดิม เรามีโอกาสแก้ตัวในสิ่งผิดอยู่เสมอ เหมือนๆกับที่เรามีโอกาสทำผิดอยู่เสมอ

ก็แค่ทำดีที่สุดในทุกๆวันเท่านั้นก็พอล่ะมั้งคะ

10:27 PM

 
Blogger Crazycloud said...

fifty frist date have something like that

7:28 AM

 
Blogger sweetnefertari said...

โชคดีที่ยังได้ตื่น...

6:50 PM

 
Blogger carré de mim said...

สมัยยังสาว คือ สมัยเรียนปีหนึ่งปีสอง
เพื่อนที่ช่างคิดคนนึงก็ถามว่า ถ้าพรุ่งนี้เป็นวันสุดท้ายที่จะมีชีวิตอยู่ สิ่งไหนเป็นสิ่งที่อยากทำ?

เพื่อนตอบคำถามว่า จะต้องมี sex ให้ได้ เพราะอยากรู้ว่าเป็นยังไง แต่มีข้อแม้ว่า วันสุดท้ายต้องเป็นวันสุดท้ายจริงๆนะ เพราะไม่งั้นคงวุ่นน่าดู

เพื่อนอีกคนตอบคำถามว่า จะบอกคนที่ชอบว่ารัก เข้าทำนองอยากจะร้องดังๆ

มิ้มไม่ได้ตอบว่าอะไร เพราะตอนนั้นคิดนานไปหน่อย วงแตกไปกินเหล้าที่อื่นละ เลยไม่ได้คุยกันต่อ

ตอนกลับมาที่นี่ มีคนชอบถามว่า ทำไมตัดสินใจไปเรียนต่อ กลับมาก็ต้องใช้ทุน แถมขั้นก็หด แฟนก็อาจจะไม่มีโอกาสหาอีก

จริงๆ คำถามนี้เป็นคำถามที่เจอมาหลายรอบละ ตั้งแต่ตอนอยู่ที่โน่น
ก็ต้องบรรยาย แจกแจงไปว่า ทำไมถึงตัดสินใจเช่นนั้น

ซึ่งหนึ่งในเหตุผลคือว่า อยากหาอะไรให้ชีวิต

อาจจะเป็นเพราะกลัวว่าวันพรุ่งนี้จะไม่มาถึงก็ได้ เท่าที่ใช้ชีวิตมา โดยเฉพาะในต่างแดน กลับรู้สึกว่า พอใจพอประมาณ

เพราะได้มาทั้งภาคบู๊และภาคบุ๋น

คือได้เรียนอย่างหนัก ได้เที่ยวอย่างหนัก แถมยังได้รักใครบางคนอย่างหนัก(จนแทบตายมาจนถึงทุกวันนี้)

แม้จะไม่สามารถบอกได้ว่า ถ้าตายไปในวันพรุ่งก็ไม่เสียดายชีวิตก็ตาม
เพราะยังอยากทำอะไรอีกมากมาย เช่น การไปเรียนวาดรูปสีน้ำ และการไปเรียนขิมจนจบ

แต่ก็มั่นใจว่าที่ผ่านมาพอใจกับการใช้ชีวิตมากพอแล้ว

ถ้าหากไม่มีวันพรุ่งนี้จริงๆ
ก็คงทำทำอะไรแบบที่ควรจะเป็นในแต่ละวัน แต่อาจะทำอะไรมากขึ้น คือ นอนดึก หรือ คุยกะพ่อให้มากขึ้น
เพราะคิดว่า ที่ผ่านมา ทำอะไรมาเยอะแล้ว
และพอใจมากแล้ว

8:23 AM

 
Blogger kidza^o^ said...

ถ้ารู้ว่าไม่มีวันพรุ่งนี้จะทำอะไร ........?

ก็คงจะไม่คิดอะไร ไม่ทำอะไร ทั้งนั้น เพราะคิดและทำมาเพียงพอแล้ว และก็คงจะใช้ตาคู่นี้เก็บภาพทุกอย่างที่รักเอาไว้ให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ เพราะเราไม่รู้ว่าพรุ่งนี้เราอาจจะไม่สามารถจะเห็นมันได้อีก

3:19 PM

 
Blogger ratioscripta said...

แล้วถ้าเราต้องเห็นภาพเดิมๆทุกวันล่ะ

ไม่ใช่ไม่มีวันพรุ่งนี้

แต่วันพรุ่งนี้คือวันนี้ วันเดิม

เพียงแค่หลับแล้วตื่น แล้วพบว่าเช้านั้นไม่ใช่เช้าวันต่อไป แต่เป็นเช้าวันเดิม

10:31 PM

 
Blogger suthita said...

ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงๆ เราว่า อาจจะทำให้คนเราเบื่อและขาดแรงจูงใจในชีวิตนะ เพราะทุกวันก็เดิมๆ ไม่มีเปลี่ยนแปลง

แต่

ก็ขึ้นอยู่กับว่า ในวันนี้ พอใจและมีความสุขหรือยัง
สำหรับเรา... ถ้ามีแค่ "วันนี้" เราก็คิดว่า เราพอใจแล้วแหละ
เพราะมันก็ไม่ได้แย่อะไร ~

8:37 PM

 
Blogger ratioscripta said...

ความท้าทายบนความน่าเบื่อคือเราจะรักษาระดับของความพอใจ หรือทำให้วันนี้ของเราพอใจเท่าเมื่อวานที่เป็นวันนี้ของเราได้ดีเพียงใด

มันถึงเป็นความท้าทายบนความน่าเบื่อไง

10:16 PM

 
Blogger Crazycloud said...

วันเดิมแบบเส้นตรงไม่มีหรอก แม้จะบอกว่าถ้า ก็ตาม เพราะในวันเดิมที่ว่าหากเราอึดอัดแม้เพียงนิดกับวันเดิม วันนั้นมันจะไม่ใช่วันเดิม เว้นแต่วันเดิมเป็นที่อึดอัด หุ หุ

วันใหม่ เคลื่อนที่มาเร็วตลอด ไม่ใช่สิ วินาที ใหม่ หรือนาโนวินาทีต่างหาก ดังนั้น วันใหม่จึงมาตลอดทั้งด้วยความเร็ว เรื่องราว

แค่หากมองเวลาเป็นวงกลม วันเดิมอาจกลับมาทักทาย สวัสดีเราก็เป็นได้ ไม่ว่าวันใหม่จะใหม่แค่ไหนก็ตาม วันใหม่จึงอาจกลายเป็นวันเดิมในชั่วขณะ ที่เราหวนกลับไปสัมผัสรับรู้วันที่ล่วงเลย

ผมเชื่อว่าเราไม่มีวันจมอยู่กับวันเดิมได้ตลอด ในขณะเดียวกันเราก็อาจไม่มีวันใหม่ที่แท้จริง เพราะเวลาและเหตุการณ์เปลี่ยนไปพร้อมกับความทรงจำที่ตกตะกอนนอนก้น เวลาและเหตุการณ์สร้างวันใหม่ ความทรงจำกักขังเราไว้ในวันเก่า

จากเหตุดังกล่าว จะมัวทุกข์ไปไย หากวันใหม่ไม่ใสสดเท่าวันเดิม และวันเดิมก็เป็นแค่สิ่งที่เคยมี เคยมีทั้งสุข และทุกข์

เมื่อวันเลื่อนไหลเร็วดังสายน้ำ ไยมิตักตวงความเย็นชุ่มในทุกขณะเข้าออกของกระแสธารา ไม่ว่าเย็นหรือร้อนห่วงปัจจุบัน คือเวลาที่ประเสริฐที่สุด ที่เราจะสัมผัสรู้รับ ความสดชื่นรื่นรมย์ ความทุกข์โศก อย่างกล้าหาญ แล้วเราจะได้พบความสุขที่ลึกล้ำ คือศานติ อันดื่มด่ำ ล้ำลึก ขอรับ เจ้านาย

12:35 AM

 

Post a Comment

<< Home