Wednesday, January 03, 2007

ลอยอังคาร


๑ มกราคม ๒๕๕๐ หลังจากการนับถอยหลังด้วยเสียงระเบิดทั่วกรุงไม่กี่ชั่วโมง ผมและบรรดาญาติพี่น้อง อยู่ในอาการนิ่งสงบเหนือปากอ่าวไทย บนเรือตรวจการณ์ของกองบังคับการตำรวจน้ำ

พวกเรามาชุมนุมพร้อมกัน เพื่อทำพิธีลอยอังคารของแม่แก่

หลังจากที่เราอยู่เหนือจุดคลื่นลมสงบ น้ำนิ่งไม่ไหวติงแล้ว พี่ตำรวจจากกองบังคับการตำรวจน้ำ ก็เริ่มทำพิธี โดยให้ลูกหลานตั้งจิตภวานา กล่าวฝากอังคารไว้กับเจ้าแม่นที - ท้าวสีทันดร ดังนี้

พวกเราท่อง นะโม 3 จบ และต่อด้วย

"นะมัตถุ อิสะสะสัง มะหานะทียา อะธิวัคถานัง สุระกะชันตานัง สัพพะเทวานัง อิมินาสักกาเรนะ สัพพะเทวา ปูเชมะ

ข้าพเจ้าทั้งหลายขอน้อมไหว้บูชาเจ้าแม่นที - ท้าวสีทันดร และเทพยดาทั้งหลายผู้สถิตคุ้มครองทะเล ด้วยเครื่องสักการะนี้ ด้วยข้าพเจ้าทั้งหลายได้ประกอบกุศลกิจ อุทิศส่วนบุญให้แก่ (ชื่อผู้ตาย) ผู้วายชมน์ และ ณ บัดนี้ จักได้ประกอบพิธีลอยอัฐิและลอยอังคารของ (ชื่อผู้ตาย) พร้อมกับขอฝากไว้ในความอภิบาลของเจ้าแม่นที - ท้าวสีทันดร เจ้าแห่งทะเลและเหล่าทวยเทพทั้งปวง ขอเจ้าแม่นที - ท้าวสีทันดร แม่ย่านางเรือ และเทพยดาทั้งหลาย ได้โปรดอนุโมทนาดลบันดาลให้ดวงวิญญาณของ (ชื่อผู้ตาย) จงเข้าถึงสุคติ ในสัมปรายภพประกอบสุขในทิพยวิมานชั่วนิจนิรันดร์กาล ... เทอญ"

ถึงตรงนี้ หลายคนคงนึกสงสัยในคำว่า "ท้าวสีทันดร" ว่าคือใคร

ผมลองไปเปิดในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิต 2542 ดู ไม่พบคำว่า "ท้าวสีทันดร" โดยตรง แต่พบคำว่า "สีทันดร" โดย ในพจนานุกรมฯ ได้ให้ความหมายไว้ดังนี้

หมายถึง "ชื่อทะเล ๗ แห่ง อยู่ระหว่างภูเขาพระสุเมรุกับภูเขายุคนธร ๑, ระหว่างภูเขายุคนธรกับภูเขาอิสินธร ๑, ระหว่างภูเขาอิสินธรกับภูเขากรวิก ๑, ระหว่างภูเขากรวิกกับภูเขาสุทัสนะ ๑, ระหว่างภูเขาสุทัสนะกับภูเขาเนมินธร ๑, ระหว่างภูเขาเนมินธรกับภูเขาวินตกะ ๑, ระหว่างภูเขาวินตกะกับภูเขาอิสกัณ ๑

โดยภูเขาทั้ง ๗ นั้น รวมเรียกว่า "สัตบริภัณฑ์ หรือ สัตภัณฑ์" คือ ภูเขาที่ล้อมเป็นวงกลมรอบภูเขาพระสุเมรุเป็นชั้นๆ

หลังจากเสร็จพิธีดังกล่าว ก็พาลให้ผมนึกสงสัย ถึงความหมายและที่มาที่ไปของพิธีดังกล่าว จึงพยายามที่จะค้นหาข้อมูลเท่าที่โอกาสและเวลาจะเอื้ออำนวย ทำให้พอทราบความหมายของพิธีดังกล่าวเล็กๆน้อยๆครับ

คำว่า “อังคาร” นั้น หมายถึง ถ่านไม้ ถ่านเผา ถ่านไฟที่กำลังปะทุอยู่

ในคำวัดหมายถึงเถ้าถ่านของศพ ที่เผาแล้ว แต่มักเข้าใจกันว่าหมายถึงอัฐิหรือกระดูกของคนตายที่เผาแล้ว และเมื่อทำพิธีเก็บอัฐิและทำบุญเสร็จแล้วนิยมรวบรวมอังคารห่อด้วยผ้าขาวหรือใส่โถแล้ว ห่อด้วยผ้าขาวนำไปทิ้งแม่น้ำหรือทะเลตอนที่มีร่องน้ำลึก โดยเชื่อว่าจะทำให้ผู้ตายได้อยู่ในสถานที่เย็นๆ โดยไม่มีใครรบกวน เรียกการกระทำอย่างนั้นว่า ลอยอังคาร

พิธีการลอยอังคารนั้น สันนิษฐานว่า น่าจะได้รับคตินิยมมาจากอินเดีย เหตุเพราะคนอินเดียถือว่า แม่น้ำคงคาเป็นแม่น้ำศักดิ์สิทธิ์ชำระบาปได้ ด้วยเหตุนี้การเผาศพจึงชอบที่จะมาเผากันที่ริมแม่น้ำคงคากันมาก ทั้งนี้ก็เพียงเพื่อจะได้นำกระดูกและเถ้าถ่านทิ้งลงแม่น้ำแห่งนี้ เพราะถ้าไม่ได้สัมผัสกับน้ำในแม่น้ำคงคาแล้วก็จะไม่ได้ขึ้นสวรรค์ หรือไม่หมดบาปนั่นเอง

สำหรับประเทศไทยนั้น ได้มีการบันทึกในพงศาวดารกล่าวถึงพิธีการลอยอังคาร โดยเฉพาะการลอยพระอังคารของบรรดาเจ้านายต่างๆไว้อย่างชัดเจน และสืบเนื่องมากระทั่งกรุงรัตนโกสินทร์

อย่างไรก็ตาม ดังที่กล่าวมาแล้วว่า พิธีการลอยอังคารนั้นน่าจะมีที่มาจากอินเดีย ก็ยังคงมีความซับซ้อนไปอีกชั้นนึง โดยเชื่อว่าน่าจะมาจากอินเดียที่นับถือศาสนาฮินดูเป็นหลัก เหตุเพราะถ้าเป็นคติทางพุทธแล้ว มักจะนิยมเผาศพแล้วเอาอัฐิธาตุ (กระดูก) ฝังและก่อกองดินหรือกองหินตรงที่ฝัง ซึ่งเรียกกันว่า “สถูป”

ดังเช่นอังคาร ที่เป็นเถ้าถ่านจากการถวายพระเพลิงพระพุทธสรีระของพระพุทธเจ้า โมริยกษัตริย์ได้นำไปบรรจุไว้ในสถูปที่สร้างขึ้นเป็นพิเศษเพื่อสักการบูชาที่เมืองปิปผลิวัน เรียกว่า “อังคารสถูป”

ดังนั้นประเทศไทยจึงรับเอาวัฒนธรรม ประเพณีนี้มาทั้งสองทาง คือ ทั้งฮินดู และพุทธ กล่าวคือสำหรับทางพุทธ ถ้าเป็นคนชั้นสูงก็จะก่อพระเจดีย์บรรจุอัฐิธาตุ ถ้าเป็นคนชั้นล่างก็เป็นแต่เพียงฝังอัฐิธาตุหรือเอาไปกองทิ้งไว้โคนต้น ส่วนพระอังคารหรือถ่านที่เผาพระศพ ก็จะเชิญไปลอยปล่อยไปในแม่น้ำตามคติทางฮินดู เพิ่งมาเลิกลอยพระอังคาร เปลี่ยนเป็นบรรจุเมื่อ รัชกาลที่ ๕ มานี้เอง

สำหรับผม การลอยอังคารไม่เพียงแต่เป็นการฝากคนที่เรารักไว้กับแม่พระคงคา เทพยดาผู้รักษาน้ำ เพื่ออภิบาลดวงวิญญาณของผู้นั้น เท่านั้น แต่เป็นเสมือนสัญลักษณ์ของการละวางทั้งปวง ร่างกาย สังขาร ทั้งหลาย เมื่อแตกดับ กลับคือสู่ธาตุต่างๆที่มาประชุมกัน เหลือเพียงผงธุลี ฝากไว้ในอากาศ ในดิน ในน้ำ

กลับคืนสู่ ... บ้าน อันนิรันดร์และแท้จริงของสรรพสิ่งทั้งมวล

-----------------------------------

หมายเหตุ – เกร็ดความรู้ต่างๆเกี่ยวกับ “พิธีลอยอังคาร” นี้ ผมนำมาจาก หนังสือ “ปกิณกะประเพณีไทย” ของ ส.พลายน้อย สำนักพิมพ์ช้างทองครับ

3 Comments:

Anonymous ศรัทธา said...

ได้รับเกร็ดความรู้ดีๆ จากสหายเดชอีกแล้ว

12:11 AM

 
Blogger sexy said...

情趣用品,情趣用品,情趣用品,情趣用品,情趣用品,情趣用品,情趣,情趣,情趣,情趣,情趣,情趣,情趣用品,情趣用品,情趣,情趣,A片,A片,情色,A片,A片,情色,A片,A片,情趣用品,A片,情趣用品,A片,情趣用品,a片,情趣用品

A片,A片,AV女優,色情,成人,做愛,情色,AIO,視訊聊天室,SEX,聊天室,自拍,AV,情色,成人,情色,aio,sex,成人,情色

免費A片,美女視訊,情色交友,免費AV,色情網站,辣妹視訊,美女交友,色情影片,成人影片,成人網站,H漫,18成人,成人圖片,成人漫畫,情色網,日本A片,免費A片下載,性愛

情色文學,色情A片,A片下載,色情遊戲,色情影片,色情聊天室,情色電影,免費視訊,免費視訊聊天,免費視訊聊天室,一葉情貼圖片區,情色視訊,免費成人影片,視訊交友,視訊聊天,言情小說,愛情小說,AV片,A漫,AVDVD,情色論壇,視訊美女,AV成人網,成人交友,成人電影,成人貼圖,成人小說,成人文章,成人圖片區,成人遊戲,愛情公寓,情色貼圖,色情小說,情色小說,成人論壇


情色貼圖,色情聊天室,情色視訊,情色文學,色情小說,情色小說,臺灣情色網,色情,情色電影,色情遊戲,嘟嘟情人色網,麗的色遊戲,情色論壇,色情網站,一葉情貼圖片區,做愛,性愛,美女視訊,辣妹視訊,視訊聊天室,視訊交友網,免費視訊聊天,美女交友,做愛影片

A片,A片,A片下載,做愛,成人電影,.18成人,日本A片,情色小說,情色電影,成人影城,自拍,情色論壇,成人論壇,情色貼圖,情色,免費A片,成人,成人網站,成人圖片,AV女優,成人光碟,色情,色情影片,免費A片下載,SEX,AV,色情網站,本土自拍,性愛,成人影片,情色文學,成人文章,成人圖片區,成人貼圖

2:44 AM

 
Anonymous ศึกษาต่อต่างประเทศ said...

ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆครับ

8:28 AM

 

Post a Comment

<< Home